ปรึกษาฟรี
ช่วงหน้าฝน ทำไมปลวกถึงระบาดมากกว่าช่วงอื่น

3 เหตุผลที่ปลวกระบาด ช่วงหน้าฝนมากกว่าช่วงอื่น
1. ความชื้นสัมพัทธ์ในดินพุ่งสูง (The Moisture Trigger)
ปลวกใต้ดิน (Subterranean Termites) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนในไทยกว่า 90% มีผิวหนังที่บอบบางและสูญเสียน้ำง่ายมาก พวกมันจึงต้องการความชื้นสูงตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด เมื่อฝนตก น้ำฝนจะซึมลงสู่ใต้ดิน เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในชั้นดินให้อยู่ในระดับที่ปลวก “ชอบที่สุด” ทำให้พวกมันตื่นตัว ออกหากินได้ไกลขึ้น และรวดเร็วขึ้น
2. ดินอ่อนตัว ง่ายต่อการเจาะอุโมงค์ทางเดิน
ดินที่แห้งแล้งในฤดูร้อนจะแข็งตัว ทำให้ปลวกจำกัดขอบเขตการเดินทาง แต่เมื่อดินได้รับน้ำฝนจนอ่อนนุ่มลง ปลวกจะสามารถขุดเจาะ สร้างอุโมงค์ดิน (Mud Tubes) เพื่อไต่ขึ้นมาหาอาหาร (เซลลูโลสจากไม้ในบ้านคุณ) ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว
3. ความชื้นภายในอาคารเพิ่มขึ้น
ไม่เพียงแต่ความชื้นภายนอกอาคารเท่านั้นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในช่วงหน้าฝน อาคารหลายแห่งยังเผชิญปัญหา เช่น
- น้ำรั่วจากหลังคา
- ท่อน้ำรั่วใต้พื้น
- ผนังชื้น
- พื้นดินรอบอาคารอุ้มน้ำ
- การระบายอากาศไม่ดี
สภาพเหล่านี้ช่วยเพิ่มความชื้นภายในโครงสร้างอาคาร ทำให้ปลวกสามารถเข้ามาอาศัยและขยายรังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีวัสดุไม้ วงกบ ประตู บิวท์อิน หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของปลวก
อาคารที่ไม่มีระบบป้องกันปลวกมีความเสี่ยงสูง
จากการสำรวจหน้างานจริงของทีมงาน บริษัท โคฟเวอร์ เซอร์วิส (2020) จำกัด พบว่าอาคารที่ไม่มีระบบป้องกันปลวกตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง มักมีโอกาสเกิดปัญหาปลวกสูงกว่าอาคารที่มีการวางระบบป้องกันอย่างถูกต้อง
เนื่องจากเมื่ออาคารสร้างเสร็จแล้ว การเข้าถึงพื้นที่ใต้พื้นหรือฐานรากทำได้ยากขึ้น
หากเกิดการระบาดภายหลัง การแก้ไขอาจต้องใช้ต้นทุนสูงกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นหลายเท่า
ดังนั้นโครงการบ้านจัดสรร อาคารสำนักงาน โรงงาน และโกดังสินค้าหลายแห่งจึงเลือกติดตั้งระบบวางท่ออัดน้ำยาป้องกันปลวกตั้งแต่ระยะก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเติมน้ำยาป้องกันปลวกได้ในอนาคตโดยไม่ต้องเจาะพื้นหรือรื้อโครงสร้าง
สัญญาณเตือนว่าบ้านหรืออาคารกำลังมีปลวก
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ
- พบเศษปีกแมลงเม่าจำนวนมาก
- มีทางเดินดินตามผนังหรือเสา
- พื้นไม้บวมผิดปกติ
- เคาะไม้แล้วมีเสียงกลวง
- วงกบประตูเริ่มผุหรือเสียรูป
- พบเศษดินภายในเฟอร์นิเจอร์
- ประตูหรือหน้าต่างเปิดปิดยากขึ้น
การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้อย่างมาก
หากพบปลวก ควรจัดการอย่างไร?
หลายคนเลือกใช้สเปรย์กำจัดแมลงหรือสารเคมีทั่วไปเมื่อพบปลวก อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวมักกำจัดได้เฉพาะปลวกที่มองเห็นเท่านั้น ไม่สามารถกำจัดรังหลักที่อยู่ใต้ดินได้ แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือ
- การวางระบบกำจัดปลวก เหมาะสำหรับบ้าน อาคารสำนักงาน โรงงาน และคลังสินค้า โดยใช้ระบบป้องกันและควบคุมปลวกอย่างต่อเนื่อง
- การอัดน้ำยาป้องกันปลวก เป็นวิธีสร้างแนวป้องกันรอบอาคาร ช่วยลดโอกาสที่ปลวกจะเข้ามาทำลายโครงสร้าง
- การติดตั้งระบบเหยื่อล่อปลวก เป็นเทคโนโลยีที่สามารถกำจัดปลวกได้ถึงรัง โดยอาศัยพฤติกรรมการแบ่งอาหารภายในอาณานิคม
การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่และระดับการระบาด
ป้องกันบ้านของคุณวันนี้ กับมืออาชีพตัวจริง
ช่วงหน้าฝนถือเป็นฤดูที่ปลวกมีการขยายตัวและแพร่กระจายมากที่สุด เนื่องจากความชื้นในดินสูง สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโต และเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของแมลงเม่า ส่งผลให้บ้านและอาคารมีความเสี่ยงต่อการถูกปลวกเข้าทำลายเพิ่มขึ้น
สำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการระบบป้องกันปลวกแบบครบวงจร การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวางท่ออัดน้ำยาป้องกันปลวกที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้การป้องกันปลวกมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาว ด้วย บริษัท โคฟเวอร์ เซอร์วิส (2020) จำกัด เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวางท่ออัดน้ำยาและบริการกำจัดปลวกแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมเคมีที่ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง ควบคุมงานโดยช่างผู้มีประสบการณ์ตรง พร้อมรับประกันผลงานอย่างซื่อสัตย์
Q&A คำถามที่พบบ่อย
A: จริง เนื่องจากความชื้นสูงทำให้ปลวกใต้ดินสามารถขยายรังและหาอาหารได้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นช่วงที่แมลงเม่าออกจากรังเพื่อสร้างอาณานิคมใหม่
A: จำเป็น เพราะปลวกสามารถเข้าทำลายบ้านใหม่ได้ตั้งแต่ปีแรกหากไม่มีระบบป้องกันที่เหมาะสม
A: ระบบวางท่อช่วยให้สามารถเติมน้ำยาในอนาคตได้สะดวก กระจายสารป้องกันได้ทั่วถึง และลดการเจาะพื้นอาคารเมื่อต้องบำรุงรักษา
A: แนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง และควรเพิ่มความถี่ในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ปลวกมีการระบาดมากที่สุด



